ไอทัวร์ไทยแลนด์ ท่องเที่ยวทั่วไทย ขึ้นเหนือล่องใต้ไปกับเรา ข้อมูล 76 จังหวัด แนะนำแหล่งท่องเที่ยว  บริการจองโรงแรม ห้องพักออนไลน์ราคาประหยัด ยินดีต้อนรับทุกท่าน......
            

 หน้าหลัก |  เกี่ยวกับเรา |  ติดต่อเรา |  แผนที่เว็บ |  แลกลิ้งค์ |  ลงโฆษณา 

ข้อมูล 76 จังหวัดของไทย 

         ภาคเหนือ

        ภาคกลาง

 

 

 

 

        ภาคอีสาน

 

 

 

 

     ภาคตะวันออก

 

 

 

 

         ภาคใต้

แนะนำแหล่งท่องเที่ยว
เกี่ยวกับประเทศไทย
 
.

ของดีเมืองไทย

  ผลไม้ไทย
  อาหารไทย
  บ้านเรือนไทย
  พุทธศาสนิกชนของไทย
  ศาสนาประจำชาติไทย
  วัดในไทย
  มวยไทย
  ช็อปปิ้งไทยแลนด์
.

:: จองโรงแรม ::

.

:: LINK ::

แลกลิ้งค์กับเรา

       ItourThailand  ไอทัวร์ไทยแลนด์  ท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย  ข้อมูลประเทศไทย  จองห้องพัก โรงแรม  เที่ยวชมเมืองไทย  บรรยากาศสบายๆ  พัทยา เชียงใหม่  ภูเก็ต  กรุงเทพฯ  อุบล  ขึ้นเหนือล่องใต้ไปกับเรา ไอทัวร์ไทยแลนด์

กติกาการแลกลิ้งค์ คลิก

           

PageRank

 



     

ชาวพุทธ หรือพุทธศาสนิกชนของไทย
 
พุทธศาสนิกชนมีหน้าที่ศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมปฏิบัติตนเพื่อเผยแผ่และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ตลอดจนปกป้องพระพุทธศาสนามิให้เสื่อมทรามลง

ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยนับถือพระพุทธศาสนา เรียกว่า พุทธศาสนิกชนบรรดาเหล่าพุทธศาสนิกชนนี้มีทั้งผู้ที่ได้รับการศึกษามาอย่างดี ประวัติตัวเอง

ปฎิบัติชอบอยู่ในศีลธรรม มีทั้งผู้มีการศึกษาพอสมควร แต่รักและศรัทธาในพระรัตนตรัย ช่วยการกุศล ทำบุญตักบาตรเป็นนิจสิน ขณะเดียวกันก็มีทั้งผู้เป็นพุทธศาสนิก

ชนแค่เพียงในนาม เพราะเกิดในดินแดนที่มีพระพุทธศาสนาเท่านั้น

ชาวพุทธทั้งหลายจึงควรหมั่นศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมให้เป็นผู้มีสายตากว้างไกลรอบรู้ รู้เท่าทันสามารถปฏิบัติตนตามหลักธรรม เผยแผ่ความรู้ความเข้าใจด้านพระพุทธศาสนา และปกป้องพระพุทธศาสนาได้ตามสมควรแก่วัยโดยไม่ขัดเขิน

ศึกษาหาความรู้

• ความรู้ทางโลก

ชาวพุทธต้องหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ทั้งในด้านการศึกษาวิชาสามัญอันเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อประโยชน์แก่การดำรงชีวิตและการศึกษาขั้นสูงต่อไป การศึกษาวิชาชีพโดยเลือกที่เหมาะกับความสนใจ ความถนัดและความสามารถของตนเอง เพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ หรือแม้แต่จะประกอบอาชีพแล้วก็ยังต้องหมั่นหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นการล้าหลังกว่าผู้อื่นที่แข่งขันอยู่ในวงการอาชีพเดียวกัน

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า การศึกษาหาความรู้ให้ประโยชน์แก่การดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกผู้ทุกคนที่อยู่ร่วมกันในสังคม การศึกษาพระพุทธศาสนาตามกำลังความรู้ของตนก็จะช่วยยังประโยชน์ให้เกิดแก่ตนเองเช่นเดียวกัน คือ ทำให้พุทธศาสนิกชนมีความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข ทั้งในครอบครัวของตนเองและในระดับสังคมนอกจากนี้เมื่อมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมของศาสนาที่ตนเองนับถือแล้ว หากมีโอกาสศึกษาถึงศาสนาอื่น ๆ ที่เผยแผ่อยู่ในประเทศไทยด้วย ก็จะยิ่งมีความเข้าใจถึงหลักการของศาสนาอื่น ๆ ได้ถูกต้อง รวมทั้งสามารถประพฤติปฏิบัติต่อผู้ที่นับถือศาสนาอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสมและมีความเข้าใจอันดีต่อกันยิ่งขึ้น

• ความรู้ทางธรรม

ชาวพุทธในประเทศไทยมีการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระศาสดามาตั้งแต่ครั้งโบราณและปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมา หน้าที่ของชาวพุทธในการศึกษาพระธรรมเพื่อการเป็นชาวพุทธที่ดีและเป็นผู้สืบต่อพระพุทธศาสนาให้วัฒนาถาวรต่อไป มีดังนี้

1. บวชหนึ่งพรรษาหรือ 3 เดือน ชาวไทยทุกคนควรบวชเป็นพระภิกษุอย่างน้อย 3 เดือนเพื่ออุทิศตนเป็นพุทธสาวก ศึกษาและปฏิบัติตนตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งระเบียบข้อยังคับของคณะสงฆ์ด้วย เมื่อลาสิกขาบทออกมาแล้วจะได้นำความรู้และการปฏิบัติตนขณะบวชอยู่มาประยุกต์ใช้ในการเป็นพลเมืองดีได้ ส่วนบางรายที่บวชและครองเพศบรรพชิตมากกว่าหนึ่งพรรษาก็จะได้มีเวลาศึกษาพระธรรมให้ลึกซึ้ง บำเพ็ญตนอุทิศแก่พระพุทธศาสนาให้มากขึ้น และอบรมสั่งสอนแก่ภิกษุ สามเณร และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นการส่งเสริมและเผยแผ่พระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่ง

2. ศึกษาหลักธรรมที่เกี่ยวข้องกับการครองเรือน การคบหาสมาคม การทำมาหากิน การปกครองดูแลสมาชิกในสังคมและครอบครัว เช่นหลักธรรมหมวดคิหิปฏิบัติ ฆราวาสธรรม ทิฎฐธัมมิกัตถประโยชน์ อคติ อิทธิบาท โลกธรรม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้นำหลักธรรมนั้นๆ ไปใช้ปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามฐานะและโอกาส

3. ศึกษาพุทธประวัติและหลักธรรมคำสั่งสอนต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจ และสวดมนต์ไหว้พระตามสมควรแก่เวลาและกำลัง เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ทำให้เกิดความศรัทธำเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้เกิดความสุขทางใจ

ปฏิบัติตามหลักธรรมและประเพณีพิธีกรรมทางศาสนา

พระพุทธศาสนามีกิจกรรมหลากหลายประการที่ชาวพุทธทั้งหลายพึงปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ธำรงคงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป ดิจกรรมเหล่านั้นได้แก่ การปฏิบัติตามหลักธรรมและประเพณีพิธีกรรมทางศาสนา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนามีอยู่มากมาย ล้วนแต่สั่งสอนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส หลักธรรมต่างๆ อาจมีความเหมาะสมกับสถานการณ์แตกต่างกันไป พุทธศาสนิกชนควรศึกษาให้เข้าใจอย่างชัดแจ้ง และน้อมนำเอาหลักธรรมที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิต เพื่อความสงบสุขแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม

นอกจากนี้ประเพณีและพิธีกรรมทางศาสนา อันได้แก่พิธีกรรมเกี่ยวกับพระสงฆ์โดยเฉพาะ เช่น การลงอุโบสถ เข้าพรรษา ออกพรรษา เป็นต้น สำหรับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับคฤหัสถ์ ได้แก่ พิธีอุปสมบท พิธีทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เป็นต้น ในด้านการดำเนินชีวิตมีพิธีกรรมทางศาสนา เช่น มงคลสมรส ขึ้นบ้านใหม่ งานศพ เป็นต้น และพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา เป็นต้น ซึ่งพุทธศาสนิกชนควรศึกษาให้เข้าใจถึงพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อการปฏิบัติอย่างถูกต้อง และเป็นแบบอย่างสืบต่อไปถึงพุทธศาสนิกชนรุ่นหลัง พิธีกรรมต่างๆ เหล่านี้จะแฝงไว้ซึ่งความหมายสำคัญที่เป็นวัฒนธรรมอันดีงามเหมาะสมแก่สังคมไทย ควรค่าแก่การธำรงไว้ให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถึงความงดงามในจิตใจของพุทธศาสนิกชนสืบเนื่องไปไม่เสื่อมคลาย

เผยแผ่พระพุทธศาสนา

พุทธศาสนิกชนสามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น

1. ด้วยการพูดและการเขียน พุทธศาสนิกชนสามารถใช้วาทศิลป์ หรือความสามารถในการเขียนบทความ เอกสาร ตำราต่างๆ ชี้แจง ขยายความรู้ความเข้าใจถึงหลักการที่สำคัญและเป็นสากลของพระพุทธศาสนา โดยไม่ก้าวก่ายพาดพิงไปในเชิงดูหมิ่นศาสนาอื่น การแสดงข้อเท็จจริงทางศาสนาจะต้องใช้ความรอบคอบ หลีกเลี่ยงต่อการไปกระทบกระเทือนศาสนาอื่น

2. ใช้หลักการประชาสัมพันธ์ ในสมัยปัจจุบันนี้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาสามารถกระทำได้กว้างขวางขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และหลักการทางด้านนิเทศศาสตร์เข้าช่วย โดยผลิตออกมาในลักษณะตลับเทปบันทึกเสียง การแสดงธรรมเทศนา การบรรยายธรรม บันทึกภาพเป็นวิดีทัศน์ เอกสารพิมพ์สี่สี ภาพทางพระพุทธศาสนา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนต่างๆ หรือจัดเป็นกิจกรรมทางประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ เป็นต้น

3. ทำตัวให้เป็นตัวอย่าง พุทธศาสนิกชนควรทำตัวเป็นอย่างให้ผู้อื่นปฏิบัติตามได้ บุคคลผู้ประสบความสำเร็จระดับสูง ผู้บริหารประเทศ และผู้มีชื่อเสียงต่างๆ สามารถใช้ตัวเองเป็นสื่อสะท้อนความเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีในพระพุทธศาสนาได้อย่างดียิ่ง เพราะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

4. แสดงผลการปฏิบัติ ผลการปฏิบัติตนของผู้ประสบความสำเร็จทางด้านศาสนา ควรได้รับการเผยแพร่เกียรติคุณให้ผู้อื่นได้ศึกษาและเลื่อมใสยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติตาม

ปกป้องพระพุทธศาสนา

พุทธศาสนิกชนที่ดีมีหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนาดังต่อไปนี้ คือ

1. การปกป้องพระพุทธ พระพุทธนั้นหมายรวมทั้งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธรูปอันเป็นตัวแทนของพระองค์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน พุทธศาสนิกชนควรปกป้องพระพุทธจากการกระทำให้เกิดความมัวหมอง เช่น บิดเบือนพุทธประวัติ นำเอาพระรูปและพระนามของพระพุทธองค์มากล่าวล้อลบหลู่ดูหมิ่น การตัดเศียรพระพุทธรูป การขโมยพระพุทธรูป การนำพระพุทธรูปไปกระทำเพื่อการค้า การนำพระพุทธรูปไปวางในที่ไม่ควร การนำพระพุทธรูปเพื่อไปกระทำการอย่างอื่นที่มิใช่เพื่อการบูชา การกระทำกริยาลบหลู่ต่างๆ ต่อพระพุทธรูป เป็นต้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่ได้พบเห็นการกระทำดังกล่าว จะต้องอธิบายให้เข้าใจความจริง แนะนำการปฏิบัติที่ถูกต้อง ห้ามปรามการกระทำที่ไม่ถูกไม่ควร

ถ้าเป็นการกระทำที่ลบหลู่อย่างร้ายแรง หรือการกระทำผิดอย่างร้ายแรง สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจังตัวผู้กระทำผิดไปดำเนินคดีตามกฎหมายได้ นอกจากนี้การป้องกันในด้านอื่น เช่น การวางกำลังเวรยามดูแลพระพุทธรูปในวัดของท้องถิ่นของตน การสร้างงเครื่องป้องกันอันตรายต่อพระพุทธรูป การบำรุงรักษาซ่อมแซมบูรณะพระพุทธรูปและโบสถ์วิหารให้คงสภาพดีและแข็งแรงอยู่เสมอ เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นการกระทำเพื่อปกป้องพระพุทธทั้งสิ้น

2. การปกป้องพระธรรม พระธรรมเป็นหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา อาจมีบุคคลบางคนหรือบางพวกนำพระธรรมไปบิดเบือน เพื่อวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง หรือทำให้พุทธศาสนิกชนเข้าใจผิดเกิดแตกแยกกันทางด้านความคิด หรือหลงผิดหลงเชื่อ ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อันจะทำให้พระพุทธศาสนามัวหมองหรือเสื่อมลงไปได้ ชาวพุทธที่ดีควรศึกษาพระธรรมให้เข้าใจถ่องแท้ เพื่อจะไม่หลงผิด และถ้าพบผู้บิดเบือนพระธรรมด้วยความจงใจ หรือเข้าใจผิดอย่างใดก็ตาม ควรแนะนำให้ความรู้ และชักจูงให้ทำความเข้าใจในพระธรรมในทางที่ถูกต้อง และถ้าพบว่าการบิดเบือนนั้นเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตัวทำให้พระพุทธศาสนามีวหมองอย่างร้ายแรง ก็สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้กระทำผิดนั้นได้

3. การปกป้องพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นผู้เผยแผ่พระธรรมแก่ประชาชน ให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป อาจมรผู้บ่อนทำลายพระสงฆ์ทั้งโดยเจตนาและโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งที่เป็นรายบุคคล เช่น การขู่ฆ่าหรือทำร้ายเพื่อหวังผลประโยชน์ การให้ร้ายป้ายสีเป็นต้น และทั้งเป็นสถาบันสงฆ์ เช่น มีผู้ปลอมบวชเป็นพระออกบิณฑบาตหรือเรี่ยไร การประพฤตินอกรีตของพระนักบวชโดยอ้างว่าเป็นสงฆ์ในพระพุทธศาสนา การใช้ดิรัจฉานวิชา เครื่องราชของขลังต่าง ๆ เป็นต้น ชาวพุทธที่ดีควรช่วยกันป้องกัน เมื่อรู้เห็นเรื่องราวที่จะเป็นการบ่อนทำลาย ควรแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบเพื่อจะได้จัดการแก้ไขในทางที่ถูกต้อง ไม่ควรสนับสนุนพวกนอกรีต ไม่สนับสนุนการใช้ดิรัจฉานวิชาต่าง ๆ และควรเลือกสนับสนุนทำบุญกับพระสงฆ์ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย

4. การปกป้องศาสนสถานและศาสนสมบัติ ศาสนสถานได้กแ โบสถ์ วิหาร เจดีย์ สถูป บริเวณวัด ศาสนสมบัติ ได้แก่ พระพุทธรูป ต้นไม้ในวัด เครื่องประกอบศาสนพิธีต่าง ๆ ซึ่งมักจะมีผู้บ่อนทำลายโดยเจตนา และโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์อยู่เสมอ เช่น การขุดเจาะโบราณสถานต่างๆ เพื่อหาสมบัติหรือพระเครื่อง การปีนป่ายขีดเขียนกำแพงวัด การลักขโมยเอาศาสนสมบัติไปเป็นของตน เป็นต้น ชาวพุทธมีหน้าที่ในการดูแลและป้องกันศาสนสถานและศาสนสมบัติเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชาวพุทธโดยส่วนรวม โดยการไม่กระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายเสียเอง แนะนำตักเตือนเมื่อพบผู้ที่จะทำลาย แจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องถ้ารู้เบาะแสการกระทำอันเป็นมิจฉาชีพที่จะทำลายศาสนสถานและศาสนสมบัติ นอกจากนี้ยังต้องช่วยบำรุงรักษาบูรณะซ่อมแซมให้คงสภาพที่ดีอยู่เสมอ

กิจวัตรที่จำเป็นของพุทธศาสนิกชน

พุทธศาสนิกชนจำเป็นต้องมีกิจวัตรเป็นหลักปฏิบัติ เรียกว่า อุบาสกธรรม ซึ่งมีอยู่ 7 ประการคือ

1. หมั่นไปวัดตามโอกาสที่เหมาะสม เพราะวัดเป็นสถานที่สงบ มีบรรยากาศโน้มนำให้เกิดความใฝ่ใจในการปฏิบัติธรรม การพบปะกับพระภิกษุผู้ทรงศีลทรงคุณธรรมย่อมได้ชื่อว่าเป็นการคบหากัลยาณมิตร หรือเรียกว่ามิตรที่ดี ซึ่งจะส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น

2. หมั่นฟังธรรม เมื่อมีโอกาสควรใส่ใจในการฟังธรรมอยู่เสมอ เช่น การไปวัดเพื่อรักษาศีลฟังเทศน์ ฟังการแสดงธรรมเทศนาทางวิทยุหรือทางโทรทัศน์ เป็นต้น ทั้งนี้เพราะการฟังธรรมเป็นเหตุให้ได้รู้สิ่งไม่รู้ ส่วนสิ่งที่รู้แล้วก็จะช่วยให้เข้าใจแจ่มชัดยิ่งขึ้น

3. พยายามสนใจศึกษาและรักษาศีลให้ดียิ่งขึ้น โดยพยายามนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศานามาใช้ปรับปรุงวิถีการดำเนินชีวิตให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชนที่แท้จริงและสมบูรณ์

4. มีความเลื่อมใสในพระภิกษุทั้งหลายเท่าเทียมกัน ทั้งนี้เพราะพระภิกษุแต่ละรูปได้เสียสละความสุขทางโลกเพื่อมาประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอันเป็นหนทางไปสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์และพระภิกษุยังได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบต่ออายุของพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป

5. ตั้งจิตให้เป็นกุศลในขณะฟังธรรม มิใช่ฟังธรรมโดยคิดในแง่ติเตียนขัดแย้ง พยายามฟังธรรมเพื่อก่อให้เกิดบุญมิใช่ก่อให้เกิดบาป

6. ทำบุญกุศลตามหลักและวิธีการของพระพุทธศาสนา ไม่แสวงบุญนอกคำสอนของพระพุทธเจ้า ควรประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

7. ขวนขวายทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาในทุกๆ ทาง คือ ถ้าสามารถช่วยเหลือพระพุทธศาสนาได้ด้วยวิธีการใดก็ควรเร่งรีบกระทำ เช่น จัดให้มีการอบรมเยาวชน หรือคนต่างชาติให้เข้าใจในพระพุทธศาสนา การตั้งชมรมพุทธศาสน์ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น
 

คลิ๊กนี้มีความหมาย
 

       

 

 หน้าหลัก |  เกี่ยวกับเรา |  ติดต่อเรา |  แผนที่เว็บ |  แลกลิ้งค์ |  ลงโฆษณา 

 itourthailand.com ไอทัวร์ไทยแลนด์ ท่องเที่ยวทั่วไทย จองโรงแรมห้องพัก สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ  ข้อมูลประเทศไทย  บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ทั้ง 76 จังหวัด  ขอบขอบคุณ ททท.   ไทยเบสทราเวล    ทัวร์ไทย  ที่เอื้อเฟื้อรูปภาพและข้อมุลการท่องเที่ยวบางส่วน  แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว แจ้งปัญหาลิ้งค์เสีย  ติดต่อลงโฆษณา หรือ มีข้อสงสัยใดๆๆ ติดต่อเราได้ที่ itourthailand@gmail.com