ไอทัวร์ไทยแลนด์ : ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทย            
www.itourthailand.com >> Travel in Thailand ,Bangkok ,Hua Hin,Pattaya, Ayutthaya,Chanthburi,Koh Chang,Sukhothai,Rayong,Samui Hotels,Phitsanulok,Phang Nga,Loei,Lampang, Phuket , Chiangmai, Khonkaen, Thailand Hotels,travel Guide , Day trips,Golf Courses , Water Activity ,wellcome to Thailand                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                




  
 จังหวัดในประเทศไทย

ภาคเหนือ

 
 

 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 
 

 ภาคกลาง

 
 

 ภาคตะวันออก

 
 

 ภาคใต้

 
 
 
 

  แนะนำแหล่งท่องเที่ยว

 
 
 
 
  ข้อมูลประเทศไทย
  
   

 แลกลิ้งค์เพื่อนบ้าน

 

ItourThailand  ไอทัวร์ไทยแลนด์  ท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย  ข้อมูลประเทศไทย  จองห้องพัก โรงแรม  เที่ยวชมเมืองไทย  บรรยากาศสบายๆ  พัทยา เชียงใหม่  ภูเก็ต  กรุงเทพฯ  อุบล  ขึ้นเหนือล่องใต้ไปกับเรา ไอทัวร์ไทยแลนด์

เว็บมาสเตอร์ท่านใดนำแบนเนอร์ของไปติดแล้ว แจ้งทางเราได้

เพื่อนบ้านของเรา  คลิก

 

 

 สถิติเว็บไซด์

 สถิติวันนี้ 70 คน
 สถิติเมื่อวาน 213 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
3319 คน
3319 คน
379823 คน
เริ่มเมื่อ 2012-09-30


  

.
ประวัติศาสตร์

   จากหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งค้นพบในพื้นที่หลายแห่งของประเทศไทยในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านเชียง จ.อุดรธานี ที่อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ จ.กาญจนบุรี หรือที่อื่น ๆ อีกหลายแห่ง ปรากฎร่องรอยอารยธรรมอันเก่าแก่ของโลก ซึ่งมีอายุเกือบ 6 พันปี

    ชนชาติที่ครอบครองดินแดนแห่งนี้ในยุคโบราณนั้น เป็นชนชาวละว้าและชาวป่าเขาในตระกูลมอญ และขอมโบราณ ดัง หลักฐานที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ อาณาจักรลพบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน

    ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-13 มีอาณาจักร 3 แห่ง ที่ครอบครองดินแดนในแถบนี้ ได้แก่

 

อาณาจักรขอม ครอบครองดินแดนลุ่มน้ำโขงและน้ำมูลทางตะวันออกลงไป มีเมืองหลวงอยู่ที่นครวัด ในกัมพูชา (ปัจจุบัน)

 

อาณาจักรทวารวดี มีชนชาติมอญครอบครองพื้นที่ทางตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาลงไปถึงดินแดน ตอนเหนือ ของคาบสมุทรมลายา มีเมืองศูนย์กลางตั้งอยู่ที่นครปฐม

 

อาณาจักรศรีวิชัย อยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรมลายา มีชาวมลายูครอบครองอยู่

    ในระหว่างนั้นชนชาติไทยโบราณได้ค่อย ๆ อพยพโยกย้ายลงมาจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน และตั้งอาณาจักร เป็นหลักแหล่งขึ้น ตามที่ปรากฏหลักฐานครั้งแรกในบริเวณมณฑลยูนนาน ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ในเขตสิบสองปันนา เรียกว่า อาณาจักรน่านเจ้า

    เนื่องจากอาณาจักรน่านเจ้าถูกรุกรานจากชนชาติจีนซึ่งเข้มแข็งกว่า ประกอบกับคนไทย มีอาชีพกสิกรรม จึงเดินทาง ถอยลงมาทางใต้ตามแนวแม่น้ำโขง เพื่อแสวงหาพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์กว่าเดิม และตั้งอาณาจักรเป็นหลักแหล่งขึ้นใหม่ หลายแห่งในดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในความครอบครองของชนชาติขอม

    เมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 13 ได้ปรากฎอาณาจักรลานนาไทย หรือล้านนาขึ้นบนฝั่งแม่น้ำโขงในบริเวณที่ตั้ง ของอำเภอเชียงแสน จ.เชียงรายในปัจจุบัน และอาณาจักรลานช้าง หรือล้านช้าง อันเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงพระบางของ ลาวในปัจจุบัน

    ต่อมาชาวไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งเข้ามาอยู่ในดินแดนของขอม ได้รวมตัวกันขึ้นและสถาปนา อาณาจักรสุโขทัย ซึ่งแปลว่า "รุ่งอรุณแห่งความสุข" เป็นอิสระพ้นจากอำนาจของขอม มีพระร่วงเจ้าหรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นกษัตริย์พระองค์ แรก และมีกษัตริย์ปกครองอาณาจักรสืบต่อกันมาอีกหลายพระองค์ ที่สำคัญพระองค์หนึ่ง คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นช่วงที่บ้านเมืองสงบสุข ปราศจากศึกสงคราม

    ในระหว่างนั้น (ราวศตวรรษที่ 14) ได้มีชนชาติไทยอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ได้ตั้งอาณาจักรขึ้นใหม่ เรียกว่า กรุงศรีอยุธยา ภายใต้การนำของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เมื่ออาณาจักร เข้มแข็งขึ้นจึงได้รวบรวมอาณาจักรอื่น ๆ เข้าไว้ในอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาเกือบทั้งหมด ซึ่งกรุงสุโขทัยก็ได้ตกเป็น ประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 1894 และมีการขยายอำนาจออกไปทั่วบริเวณคาบสมุทรอินโดจีน แหลมมลายู จนถึงเกาะปีนังและสิงคโปร์ มีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติหลายประเทศ จึงเป็นโอกาสที่วัฒนธรรมต่าง ๆ ได้เผย แพร่เข้ามา

    ต่อมา เมื่อ พ.ศ. 2112-2124 กรุงศรีอยุธยาได้สูญเสียเอกราชครั้งที่ 1 ให้แก่พม่า ซึ่งต่อมา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงกอบกู้แผ่นดินคืนได้ และประกาศอิสรภาพเมื่อ พ.ศ. 2127 จากนั้นได้ทรงขยายอาณาเขตให้กว้างไกลออกไป กรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรืองในด้านต่าง ๆ แผ่นดินร่มเย็นเป็นสุข มีพระมหากษัตริย์ปกครองสืบเนื่องกันมารวม 33 พระองค์

    ในปี พ.ศ.2310 กรุงศรีอยุธยาได้ถูกรุกรานและตกอยู่ภายใต้การ ปกครองของพม่าอีกเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากผู้ปกครองขาดความสนใจใน หน้าที่บ้านเมือง เกิดความแตกแยกแบ่งพรรคแบ่งพวก บ้านเมืองระส่ำ ระสาย ขาดเสถียรภาพ กอปรกับการว่างเว้นจากศึกสงครามมานาน พม่า จึงได้ใช้ยุทธวิธีสงครามแบบกองโจรทำให้ตีกรุงศรีอยุธยาได้โดยง่าย

    สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งขณะนั้นมียศเป็นเจ้าพระยาตาก ได้ รวบรวมไพล่พลประมาณ 500 นาย ตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกไปตั้งมั่นที่เมืองจันทบุรี เมื่อรวบรวมชาวไทยที่รักชาติได้ เป็นปึกแผ่นแล้ว จึงยกพลเข้าตีกรุงศรีอยุธยากลับคืนมาได้ในปีเดียวกัน แต่เนื่องจากกรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองใหญ่ได้รับความ เสียหายเกินกว่าที่จะฟื้นฟูได้ในระยะเวลานั้น และพม่ารู้เส้นทางดีอยู่แล้ว จึงเกรงว่าจะทำให้รักษาบ้านเมืองไว้ได้ยาก จึงทรงย้ายเมืองหลวงมาที่ กรุงธนบุรี และปกครองบ้านเมืองมาจนกระทั่งถึง พ.ศ.2325 รวมระยะเวลาที่กรุงธนบุรีเป็น ราชธานี 15 ปี

    จากการที่ต้องทำสงครามกับพม่าและต้องรวบรวมอาณาจักรไทยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อีกทั้งต้องทนุบำรุงบ้านเมือง ตลอดเวลา เศรษฐกิจของกรุงธนบุรีจึงอยู่ในสภาพที่ตกต่ำมาก พระยาจักรีนายทหารผู้กล้าแห่งกรุงศรีอยุธยาซึ่งได้ ร่วมกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กอบกู้เอกราชของบ้านเมืองเมื่อคราวเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ได้ทรงสร้างเมืองหลวงขึ้นใหม่ใน พ.ศ.2325 ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นชัยภูมิที่ดีกว่าด้วยประการทั้งปวง และพระราชทานนามว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน อมรพิมาน อวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"

    ในระหว่างศตวรรษที่ 18 และ 19 (ปี พ.ศ.2394-2453 ซึ่งอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 4-5) ประเทศในแถบเอเชียตอนใต้ ตกเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด มีประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่ดำรงความเป็นเอกราชมาได้ตลอด เพราะพระปรีชาสามารถในการดำเนินวิเทโศบายด้านการเมืองขององค์พระมหากษัตริย์ไทย โดยทรงเจริญสัมพันธไมตรี กับประเทศมหาอำนาจ และดำเนินการด้านการค้า และสัญญาต่าง ๆ ซึ่งในบางครั้งต้องยอมสูญเสียดินแดน หรือผล ประโยชน์ของประเทศในบางส่วนเพื่อรักษาไว้ซึ่งเอกราชของชาติ

    ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในราชวงศ์จักรีสืบเนื่องมา จนถึงรัชกาลปัจจุบัน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช หรือ พระรามาธิบดีที่ 9 และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

    จากประวัติศาสตร์ของไทยจะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องราวของการสร้างชาติ การต่อสู้และการกอบกู้อิสรภาพ ตลอดจนการ ติดต่อมีสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ เพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ ซึ่งระยะเวลาอันยาวนานนี้ ชาติไทยได้มีโอกาสรับวัฒนธรรมของชาติอื่น ๆ ไว้มากมาย เช่น วัฒนธรรมจีน ลาว กัมพูชา พม่า อินเดีย ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และวัฒนธรรมของชาติในทวีปยุโรป คนไทยจึงเป็นผู้ที่มีโอกาสหยิบยืมวัฒนธรรมมากกว่าจะได้มี โอกาสหยุดยั้งและคิดสร้างวัฒนธรรมแท้ ๆ ของตนขึ้นเอง

    อย่างไรก็ตาม คนไทยก็สามารถนำวัฒนธรรมของชาติอื่นมาประยุกต์และปรับใช้ให้เข้ากับคุณลักษณะและคุณสมบัติ ของคนไทย ตลอดจนพัฒนาจนกลายเป็นวัฒนธรรมแบบไทย หรือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคนไทยเองได้เป็นอย่างดี

 .
 
www.itourthailand.com ไอทัวร์ไทยแลนด์ ข้อมูลสถานที่่ท่องเที่ยวในไทย จองห้องพัก โรงแรมออนไลน์